Archive for the ‘สุขภาพ’ Category

ระวัง! นอนไม่พอเสี่ยงเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น

Monday, June 21st, 2010

คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐ เสนอผลการศึกษาล่าสุด พบว่า การนอนมีผลต่อความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะคนที่นอนน้อยในเวลากลางคืน ประกอบกับไม่ออกกำลังกายและรับประทานอาหารมากเกินพอดี อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นเบาหวานมากขึ้น

นายแพทย์พลาเมน เปเนฟ นักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยชิคาโกและคณะทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างเพศชายและ หญิงวัยกลางคน จำนวน 11 คนที่มีสุขภาพดี แต่ไม่ออกกำลังกาย ผู้วิจัยได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ทำการเก็บข้อมูลนาน 14 วัน โดยให้พวกเขาเหล่านี้เอาแต่นั่งๆ นอนๆ และทานอาหารได้อย่างเต็มที่ ส่วนการนอนก็ให้นอนคืนละ 5 ชั่วโมงครึ่ง และ 8 ชั่วโมงครึ่ง

สิ่งที่พบคือ ผู้ใหญ่ที่มีเวลานอนลดลงจาก 8 ชั่วโมงครึ่งเหลือ 5 ชั่วโมงครึ่ง จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ต่อการตอบสนองการตรวจสอบน้ำตาล ซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายคลึงกับคนที่กำลังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นเบา หวาน

หากผลการวิจัยนี้ได้รับคำยืนยันจากการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น ก็จะเป็นสิ่งบ่งชี้อีกอย่างหนึ่งว่า การนอนหลับอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่อการหลีกเลี่ยงโรคเบาหวานได้พอๆ กับการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ

ที่มา : women.sanook.com

บริจาคโลหิตกระตุ้นระบบไหลเวียน

Saturday, June 19th, 2010

เมื่อพูดถึงการบริจาคโลหิต หลายคนมักรู้สึกกังวลและยอมรับว่า ไม่กล้าบริจาค เพราะกลัวเจ็บ กลัวเข็ม กลัวเลือด บ้างก็มีความเข้าใจที่ผิด ๆ คิดว่า การบริจาคโลหิตอาจเป็นผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นตรงกันข้าม กลับช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาทดแทน แถมยังส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น และร่างกายแข็งแรง

ส่วนข้อกังวลเรื่องโลหิตจางเพราะบริจาคโลหิตนั้น ควรทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า การบริจาคในแต่ละครั้งจะใช้โลหิตเพียงร้อยละ 7 หรือ 350-400 ซี.ซี. ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว เพราะ ฉะนั้นโลหิตที่บริจาคออกไป ย่อมไม่ทำให้เกิดอันตราย เนื่องจากร่างกายจะใช้โลหิตเพียง 15-16 แก้วน้ำ จากทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย 17-18 แก้วน้ำ

การบริจาคโลหิตสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 3 เดือน และการบริจาคโลหิตเป็นประจำยังทำให้ผู้บริจาคได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจซิฟิลิส ตรวจไวรัสตับอักเสบบี และซี ตรวจเอดส์ รวมทั้งตรวจหมู่โลหิต แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การได้ช่วยชีวิตผู้อื่นด้วยเลือดที่เราไม่ได้ใช้.

ที่มา : women.sanook.com

งีบหลับตอนกลางวัน ดีต่อสมองและการจดจำ ?

Friday, June 18th, 2010

เบิร์กลีย์ – นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐระบุว่า การงีบหลับช่วงกลางวันช่วยให้สมองจดจำข้อมูลใหม่ได้ดีขึ้น

ช่วงหลายปีมานี้มีการศึกษามากมายเกี่ยวกับการงีบหลับนอนกลางวัน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าให้ผลดีอย่างไร ล่าสุด มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ศึกษาพบว่า สมองอาจต้องการพักผ่อนชั่วขณะเพื่อประมวลความจำระยะสั้นจะได้จัดพื้นที่ สำหรับรับข้อมูลใหม่ๆ พวกเขาให้อาสาสมัครผู้ใหญ่สุขภาพแข็งแรง 39 คน ทำแบบทดสอบด้านการเรียนรู้ยากๆ ในช่วงเช้า ทั้งหมดได้คะแนนไม่ต่างกัน จากนั้นให้อาสาสมัครครึ่งหนึ่งได้นอนตอนกลางวันเป็นเวลา 90 นาที แล้วให้อาสาสมัครทั้งหมดกลับมาทำแบบทดสอบอีกครั้งพบว่า คนที่ได้นอนกลางวันทำคะแนนดีกว่าคนที่ไม่ได้นอน

ผลการตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าสมองชี้ว่า ช่วงที่ลูกตาไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วคือช่วงที่หลับลึกไปจนถึงช่วง ฝัน ความจำเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ จะถูกย้ายจากฮิปโปแคมปัสซึ่งเป็นที่เก็บความจำชั่วคราวไปยังสมองส่วนหน้า นักวิจัยเปรียบเทียบว่า เหมือนกับอีเมลในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสเต็ม การนอนหลับจะช่วยย้ายอีเมลเหล่านี้ไปยังสมองอีกส่วนหนึ่งให้สามารถรับอีเม ลใหม่ๆ ได้

ด้าน ศ.เดิร์ค ยาน ดิจค์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการนอนหลับเซอร์เรย์ในอังกฤษติงว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า การงีบหลับตอนกลางวันให้ผลดีกว่าการนอนครั้งเดียวในแต่ละวัน เพราะวงจรการหลับและตื่นของคนไม่ได้จำกัดอย่างที่คิด การศึกษานี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ถูกกำหนด ผลที่ได้อาจแตกต่างไปเมื่ออยู่ในสภาพความเป็นจริง การประเมินผลจึงทำได้ยาก นอกจากนี้ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในช่วงที่ร่างกายพร้อมย่อมดีกว่าช่วงที่ง่วงนอนอยู่แล้ว

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Getty Images

ที่มา : women.sanook.com

ยาลดความอ้วน…ถึงตาย เมื่อไหร่จะหลาบจำกันเสียที

Thursday, June 17th, 2010

กรณี พริตตี้สาวกินยาลดความอ้วนจนถึงแก่ชีวิตไม่ใช่รายแรกหรือ เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ ก็ไม่พ้นที่จะต้องมีคำถามซ้ำๆ ตามมาเสมอว่า เป็นการตายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเป็นความประมาทและเห็นแก่ได้ของผู้ผลิต หรือการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องผลเสียของการใช้ยาลดความอ้วนยังอ่อน ด้อยเกินไปในสังคมไทย

จากการตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.โชติมา จินตนาผล หรือ น้องจูน ที่คาดว่าจะเสียชีวิตจากการกินยาลดความอ้วน ได้มีการนำหลักฐานซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 2 ยี่ห้อ ประกอบด้วย L-carnitine plus และ PAODY SLIM CAPSULE มาร้องต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ อย.เพื่อให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า มีสารอันตรายในการผสมยาลดความอ้วนที่เป็นภัยร้ายแรงหรือไม่ เนื่องจากลูกสาวของตน ได้แอบกินผลิตภัณฑ์ดังกล่าวภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน น้ำหนักก็ลดลง 10 กิโลกรัม โดยหากตรวจพบว่า มีสารอันตรายในการผสมยาลดความอ้วนก็ให้เอาผิดกับผู้ประกอบการทันที

เบื้องต้นได้ผลที่ยืนยันชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้ง 2 ชนิด มียาลดความอ้วนที่เป็นอันตรายร้ายแรง ชื่อ ไซบูทรามีน ผสมอยู่ในปริมาณมาก โดยยาดังกล่าวเป็นยาควบคุมพิเศษ อยู่ในกลุ่มที่ทำให้เบื่ออาหารและออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทซึ่งไม่ได้สั่งซื้อ ทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข สามารถจะประสานไปยังกระทรวงไอซีที เพื่อสั่งปิดเว็บไซต์โฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว และสั่งดำเนินคดีกับผู้ประกอบการฐานจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรงจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท รวมถึงสั่งปิดโรงงานทันที (more…)